Zero Count Testing คืออะไร? ทำไมเครื่องนับอนุภาคในอากาศควรผ่านการทดสอบนี้ก่อนใช้งานทุกครั้ง

Zero Count Testing คืออะไร? ทำไมเครื่องนับอนุภาคในอากาศควรผ่านการทดสอบนี้ก่อนใช้งานทุกครั้ง

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังตรวจสอบความสะอาดของห้องคลีนรูมมูลค่าหลายล้านบาท ด้วยเครื่องนับอนุภาคในอากาศที่คุณใช้งานเป็นประจำ แต่ตัวเลขที่แสดงบนหน้าจออาจไม่สะท้อนสภาพจริงทั้งหมด เพราะตัวเครื่องเองอาจยังมีสิ่งปนเปื้อนตกค้างอยู่ภายใน หรือเกิดสัญญาณรบกวนที่ทำให้ผลการนับคลาดเคลื่อนได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Zero Count Testing หรือที่หลายคู่มือเรียกว่า Zero Check หรือ Purge Test กลายเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้าน Cleanroom Validation และ Environmental Monitoring

หากคุณเป็นผู้ที่ต้องดูแลหรือใช้งานเครื่องนับอนุภาคในอากาศ ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมยา อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ หรือห้องปฏิบัติการ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความสำคัญ ขั้นตอนการตรวจสอบ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้หน้างานจริง เพื่อช่วยให้ผลการวัดของคุณแม่นยำ น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

.



Zero Count Testing คืออะไร?

Zero Count Testing คือการตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าเครื่องนับอนุภาคในอากาศไม่มีการนับสัญญาณผิดพลาด หรือ false counts ที่เกิดจากตัวเครื่องเอง

สาเหตุที่อาจทำให้เกิด false counts ได้แก่:

  • สัญญาณรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์

  • การปนเปื้อนภายในทางเดินอากาศ

  • การรั่วซึมที่ข้อต่อหรือจุดเชื่อม

  • อนุภาคตกค้างในท่อดูดอากาศ

หลักการทดสอบคือ ป้อนอากาศที่สะอาดมากผ่านตัวกรองประสิทธิภาพสูงที่เหมาะสมกับเครื่องมือ แล้วตรวจดูว่าค่าที่อ่านได้อยู่ภายในเกณฑ์ที่ยอมรับได้หรือไม่ ในเอกสารทางเทคนิค การทดสอบลักษณะนี้มักถูกอธิบายว่าเป็นการประเมิน false count rate หรือการ purge ระบบจากสิ่งตกค้าง มากกว่าจะหมายความว่าต้องได้ศูนย์ทุกกรณีแบบตายตัว


ทำไม Zero Count ถึงสำคัญ

การทำ Zero Count Testing ก่อนใช้งานช่วยให้มั่นใจว่าเครื่องนับอนุภาคกำลังวัดสภาพแวดล้อมจริง ไม่ใช่กำลังนับสิ่งที่เกิดจากตัวเครื่องเอง

เหตุผลหลักที่ควรทำ

  • ลดความเสี่ยงจากผลลวงของเครื่อง เพราะการปนเปื้อนภายในหรือสัญญาณรบกวนอาจทำให้ค่าที่อ่านสูงกว่าความจริง

  • ยืนยันว่าเครื่องพร้อมใช้งาน เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเก็บข้อมูลจริง

  • สนับสนุน data integrity และ traceability การบันทึกผล zero check ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของชุดข้อมูล

  • ช่วยพบปัญหาเชิงกลหรือระบบตั้งแต่ต้น เช่น การรั่วซึม ท่อปนเปื้อน ปัญหาเซนเซอร์ หรือปัญหา flow system

  • สอดคล้องกับแนวคิดการตรวจยืนยันตามมาตรฐาน โดย ISO 21501-4 ครอบคลุมแนวทาง calibration และ verification สำหรับ airborne particle counter รวมถึง false counts

ถ้าเปรียบเครื่องนับอนุภาคเป็นเหมือนแว่นตา Zero Count Testing ก็คือการเช็ดเลนส์และตรวจความพร้อมของแว่นก่อนใช้งาน เพื่อให้สิ่งที่มองเห็นตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด


ขั้นตอนการทำ Zero Count

ในทางปฏิบัติ การตรวจสอบ Zero Count มักแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก คือ

  • ก่อนใช้งาน (Pre-use check)

  • หลังใช้งาน (Post-use check)

ทั้งสองช่วงใช้หลักการเดียวกัน คือให้อากาศสะอาดผ่านระบบของเครื่อง แล้วประเมินผลตามเกณฑ์ที่กำหนด

1) การตรวจสอบก่อนใช้งาน

การตรวจสอบก่อนใช้งานมักระบุไว้ใน SOP ขององค์กร เพื่อยืนยันว่าเครื่องพร้อมสำหรับการใช้งานจริงก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเครื่องและรอให้ระบบเสถียร

เปิดเครื่องนับอนุภาคในอากาศ และรอให้ระบบทำงานเสถียรตามคำแนะนำของผู้ผลิต บางรุ่นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ขึ้นอยู่กับชนิดของเซนเซอร์ ระบบปั๊ม และการออกแบบของเครื่อง ดังนั้นควรอ้างอิงคู่มือรุ่นที่ใช้อยู่เป็นหลัก

ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง zero filter หรือ purge filter

นำตัวกรองประสิทธิภาพสูงที่ผู้ผลิตระบุว่าสำหรับการตรวจ Zero Count มาเชื่อมต่อกับ probe หรือ inlet ของเครื่องให้แน่นสนิท เพราะหากมีการรั่วซึม แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ผลทดสอบคลาดเคลื่อนได้

ติดตั้ง Zero Count Filter

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าโหมดทดสอบตาม SOP

กำหนดขนาดอนุภาค เวลาเก็บตัวอย่าง และจำนวนรอบการวัดตามคู่มือผู้ผลิตหรือ SOP ขององค์กร บางคู่มือใช้เวลาทดสอบประมาณ 1 นาที ขณะที่บางแนวทางอาจทดสอบต่อเนื่องหลายรอบเพื่อ purge ระบบให้มั่นใจมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 4: อ่านผลและประเมินตามเกณฑ์

เมื่อทดสอบเสร็จแล้ว ให้ประเมินผลตามเกณฑ์ที่กำหนด บางแนวทางอุตสาหกรรมใช้เกณฑ์เช่น 0 counts หรือ ไม่เกิน 1 count ใน 5 นาที แต่เกณฑ์จริงต้องยึดตาม SOP และคู่มือผู้ผลิตเป็นหลัก

ข้อควรระวัง: ตรวจความแน่นของ filter, tubing และ inlet ทุกครั้ง เพราะผล zero check ที่ไม่ผ่านมักเกิดจากการรั่วซึมหรือการประกอบไม่แน่น มากกว่าปัญหาเซนเซอร์เสีย

2) การตรวจสอบหลังใช้งาน

หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าทดสอบก่อนใช้แล้ว ทำไมต้องตรวจซ้ำหลังใช้งานอีก คำตอบคือ การตรวจหลังใช้งานช่วยยืนยันว่าในระหว่างการเก็บข้อมูล เครื่องไม่ได้สะสมสิ่งปนเปื้อนจนทำให้ประสิทธิภาพการนับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับข้อมูลที่เพิ่งเก็บมา

Zero Count หลังใช้งานกับบทบาทด้าน Maintenance

การทำ Zero Count หรือ Purge หลังใช้งานก่อนปิดเครื่อง ยังมีประโยชน์ในเชิงการบำรุงรักษาเบื้องต้นด้วย

ระหว่างการใช้งาน เครื่องอาจดูดฝุ่นผง อนุภาคขนาดเล็ก หรือสิ่งปนเปื้อนบางส่วนเข้าสู่ทางเดินอากาศและบริเวณเซนเซอร์ การให้อากาศสะอาดไหลผ่านระบบอีกครั้งก่อนจัดเก็บช่วยลดโอกาสที่อนุภาคเหล่านี้จะตกค้างสะสมอยู่ภายใน และอาจส่งผลต่อความเสถียรของการนับในครั้งถัดไปได้ ดังนั้นขั้นตอนนี้จึงมักถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของ routine maintenance หรือ post-use care

ลำดับการทำงานหลังใช้งาน

  • ติดตั้ง zero filter หรือ purge filter

  • ทำการทดสอบทันทีหลังวัดงานภาคสนามเสร็จ

  • ตรวจสอบผลตามเกณฑ์ที่กำหนด

การแปลผล

  • ถ้าผลผ่านเกณฑ์: สามารถใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนว่าเครื่องยังคงมีสมรรถนะการนับที่อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ตลอดช่วงการใช้งานครั้งนั้น

  • ถ้าผลไม่ผ่านเกณฑ์: ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลทั้งหมดในรอบนั้น และตรวจสอบสาเหตุของความผิดปกติก่อนนำเครื่องกลับมาใช้


การประยุกต์ใช้หน้างาน

ในสถานการณ์จริง ผู้ใช้งานมักมีข้อจำกัด เช่น เวลาไม่พอ สภาพอากาศในพื้นที่แปรปรวน หรือจำเป็นต้องวัดหลายจุดในช่วงเวลาสั้น ๆ การทำ Zero Count ให้ถูกต้องในภาคสนามจึงเป็นทักษะสำคัญ

เทคนิคที่ช่วยให้ทำงานได้แม่นยำขึ้น

1) เลือกจุดทดสอบให้เหมาะสม

หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลมแรง ความดันเปลี่ยนแปลงเร็ว หรือมีการเปิด-ปิดประตูบ่อย บริเวณที่มีการสั่นสะเทือน เพราะสภาพเหล่านี้อาจทำให้ผลทดสอบไม่นิ่ง

2) ตรวจสภาพ filter ก่อนใช้ทุกครั้ง

Zero filter หรือ purge filter ควรอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีความชื้นสะสม และไม่อุดตัน หาก filter เสื่อมสภาพ ผลทดสอบอาจไม่น่าเชื่อถือ

3) บันทึกผลอย่างเป็นระบบ

ควรใช้ log sheet สำหรับบันทึกผล zero check ทุกครั้ง โดยระบุ:

  • วันที่

  • เวลา

  • รุ่นเครื่อง

  • หมายเลขซีเรียล

  • ชื่อผู้ปฏิบัติงาน

  • ผลการทดสอบ

4) กำหนดความถี่ตามความเสี่ยงของงาน

สำหรับงาน validation, requalification หรือ routine environmental monitoring ความถี่ของ zero check ควรถูกกำหนดใน SOP ตามความเสี่ยงของกระบวนการและคำแนะนำจากผู้ผลิต

5) สังเกตสัญญาณผิดปกติ

หากเครื่องเริ่มไม่ผ่าน zero check บ่อยขึ้น หรือผลมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ควรสงสัยการปนเปื้อนภายใน ปัญหาเซนเซอร์ ระบบ flow หรือการเสื่อมของชิ้นส่วน และไม่ควรฝืนใช้งานต่อโดยไม่ตรวจสอบ

ข้อควรระวังที่พบบ่อย

  • รอให้เครื่องและระบบอากาศนิ่งก่อนเริ่มทดสอบ โดยเฉพาะหลังจากเคลื่อนย้ายเครื่อง

  • หลีกเลี่ยงการบิดงอหรือบีบท่อ สั่นสะเทือน ระหว่างทดสอบ

  • ตรวจให้แน่ใจว่าจุดต่อระหว่าง filter กับ inlet แน่นสนิท

  • หากทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก ควรทดสอบซ้ำเมื่อจำเป็น


สรุป

Zero Count Testing ไม่ใช่แค่ขั้นตอนเพิ่มเติมที่ทำให้กระบวนการดูครบถ้วนเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งในการตรวจสอบพื้นฐานที่ช่วยยืนยันว่าเครื่องนับอนุภาคในอากาศทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ และไม่ได้มี false counts จากตัวเครื่องเองมากเกินไป

อีกประเด็นที่สำคัญคือ การทำ Zero Count หรือ Purge หลังใช้งานก่อนปิดเครื่องยังมีคุณค่าในเชิงการบำรุงรักษาเบื้องต้น เพราะช่วยลดการสะสมของฝุ่นผงและอนุภาคตกค้างใน sample line หรือบริเวณเซนเซอร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสถียรของการนับในครั้งถัดไปได้ ดังนั้นการทำ zero check ตอนจบงานจึงไม่ใช่แค่การตรวจผล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเครื่องให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

สำหรับผู้ปฏิบัติงานในสายงาน Cleanroom Validation, Environmental Monitoring หรือ Quality Control การให้ความสำคัญกับ zero check อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลผิดพลาด เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับรายงานผล และช่วยสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับในระบบคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การกำหนดเกณฑ์การยอมรับและความถี่ในการตรวจสอบควรยึดตาม SOP ขององค์กร, แนวทางผู้ผลิต, และ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เป็นหลัก

รับสอบเทียบ & ซ่อม Particle Counter มาตรฐาน ISO 21501-4
ติดต่อเรา!

ใส่ความเห็น